posted on 13 May 2008 23:54 by briefs in scared
วันนี้ไปเซอร์เวย์ มอนอ (ม.น. คือมหาวิทยาลัยนเรศวร)
ใหญ่โตกว่าที่คิด และยังใหม่มาก (19 ปี)
สำนักพิมพ์อะบุ๊กจะมาร่วมแจมในงานปลายเดือนกรกฎาคม
จะเอาหนังสือมาขาย และจะเอานักเขียนมาพบน้องๆ ครับ
นั่งรถตู้ไปกลับ ที่จริงต้องบอกว่า นอนรถตู้ไปกลับมากกว่า
ได้กินอาหารโลคั่ลบ้านๆ แต่สุดแสนอร่อย
โดยคำแนะนำของพี่ปอม คนขับรถตู้
ผู้เป็นไกด์ของกินอร่อยๆ ที่เยี่ยมมาก
ออกจากบ้าน 9 โมงครึ่ง ถึงบ้านสามทุ่ม
แม่ผมงงมาก แบบว่า "นี่ไปมาจริงรึเปล่าเนี่ย ทำไมกลับเร็ว"
เมื่อเช้าตอนนั่งรอรถตู้อยู่ที่ป้ายรถเมล์
เจอคนตาบอดคนหนึ่งเดินลงรถเมล์มาครับ
พี่แกเดินขึ้นสะพานลอยข้ามถนนไปอย่างคล่องแคล่ว
ผมก็คิดว่า อืมมม สงสัยจะเป็นเส้นทางผ่านประจำของพี่เขา
ก็ไม่ได้สนใจอะไรต่อ
หันไปเจออีกที เห็นพี่ตาบอดหยุดกลางสะพาน
หันหน้าออก เกาะราวสะพาน แล้วนิ่งอยู่อย่างนั้น
น า น ม า ก . . .
ผมเสียวแว้บเพราะเกิดความคิดชั่วๆ ขึ้นมาว่า
เฮ้ย จะโดดเหรอ!
ดูคล้ายแกกำลังยืนสัมผัสบรรยากาศอะไรสักอย่าง
สักพักแกก็ขยับ...
แล้วหยิบบุหรี่ออกมาสูบ
อีก น า น ม า ก . . .
ผมนั่งไม่ติดเลย
แอบคิดว่า เฮ้ย ถ้าแกเริ่มทำท่าปีนราวเนี่ย
จากที่ที่ผมยืนอยู่จะวิ่งไปทันไหม?
หรือ ถ้าผมไม่วิ่ง แต่ตะโกน
จะทำให้พี่เขาชะงัก หรือตกใจแล้วร่วงลงมา?
หรือ คนที่เดินผ่านไปมาบนสะพาน
จะมีสติพอที่จะช่วยดึงตัวเขาเอาไว้ทันไหม?
หรือ ผมเองอาจจะช็อก ตัวแข็ง นิ่งไปเลย
แล้วยืนดูเขาตกลงมาตายต่อหน้าตา่ต่อตาก็เป็นได้?
รู้สึกเวลาตอนนั้นยาวนานมาก
ที่สุดแล้วความรู้สึกของผมเหี้ยขนาดที่ว่า
พี่ๆ ตกลงพี่จะโดดไม่โดด
ถ้าไม่โดดก็รีบๆ ไปได้แล้ว
แต่ถ้าจะโดด
รอให้ผมไปก่อนได้ไหมอะ
ไม่อยากเห็น!!!
เหี้ยมาก
และในที่สุดรถตู้ผมก็มาถึงซะก่อน
รู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง
หวังว่าพี่จะไม่โดดนะครับ
หวังว่าผมจะคิดบ้าไปเองคนเดียว
ว่าแต่คนตาบอดหยุดยืนชื่นชมบรรยากาศกลางสะพานนี่
เป็นเรื่องปกติเหรอครับ? งง? ใครเคยเจอมั่ง?
posted on 13 May 2008 01:55 by briefs in wishful
วันนี้ตกลงใจรับพนักงานใหม่พร้อมกัน 2 คน 2 ตำแหน่ง
คนหนึ่งเป็นกองบรรณาธิการ อีกคนหนึ่งเป็นกราฟิกดีไซเนอร์
กว่าจะได้ 2 คนนี้มาก็เลือกแล้วเลือกอีก
ความเป็นจริงคือ สองคนนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ตรงที่สุด
แต่เป็นสองคนที่มีความรู้สึกดีที่สุดตอนได้สัมภาษณ์
แต่กระนั้น
ภาพความหลังเมื่อครั้งพนักงานหายหัวไปไม่บอกกล่าว
ก็ยังแอบโผล่ขึ้นมาหลอกหลอนเป็นระยะ
(ที่จริงเมื่อไม่กี่วันมานี้ก็เจออีกราย นัดสัมภาษณ์แล้วหายหัว
ปล่อยผมนั่งรอเป็นชั่วโมง วันนี้เพิ่งโทรมาสารภาพบาปว่า
มีเรื่องทะเลาะกับที่บ้าน เลยโดนกักตัวและยึดมือถือเป็นการลงโทษ
เลยโทรมาเลื่อนนัดไม่ได้... ซึ่งมานึกดูทีหลังก็ เออก็ดีแล้ว
ไม่งั้นอีกหน่อยกูใช้งานลูกมันดึกๆ
พ่อแม่มันจะไม่ตามมาตบหัวกูถึงออฟฟิศเรอะ)
ทุกครั้งที่ทำความรู้จักคนใหม่ๆ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานด้วยกัน
มันมีความเสี่ยงอยู่แล้ว
ยิ่งเป็นคนที่เราตัดสินใจรับเข้ามายิ่งเสี่ยง
เสี่ยงต่อความคาดหวังของตัวเราเอง
เสี่ยงต่อความคาดหวังของคนรอบข้าง
แต่มันก็ต้องแบบนี้แหละ
ก็ได้แต่หวังว่า คราวนี้คงไม่ผิดหวัง
โต๊ะห้องสมุดใน pantip เป็นทีีที่ผมไปเยี่ยมๆ มองๆ บ่อย
จะได้อะไรดีๆ จากที่นี่ทุกครั้ง
วันนี้เจอกระทู้น่าสนใจ
นวนิยาย กับ นิยาย ต่างกันไงคับ
ได้ยินมาตั้งนานแต่สงสัย....
นวนิยาย กับ นิยาย ต่างกันไงคับ
แล้วเรื่องสั้น ควรจะอยู่หมวดนิยาย หรือนวนิยายคับ
ผู้รู้ ผู้รู้ ช่วยตอบหน่อยนะคับ
ขอบคุณงับ
^^
จากคุณ : ahahey2000 - [ 7 พ.ค. 51 17:05:45 ]
เออ นี่เป็นเรื่องที่ผมเองก็เคยสงสัย
แต่แอบขี้เกียจค้นเลยสรุปกับตัวเองเสร็จสรรพว่า
เออ มันก็คงเหมือนกันละมั้ง
เป็นกระทู้ค่อนข้างใหม่ เลยยังมีแค่ 2 ความเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
นวนิยาย น. บันเทิงคดีร้อยแก้วขนาดยาวรูปแบบหนึ่ง มีตัวละคร โครงเรื่อง
เหตุการณ์ในเรื่อง และสถานที่ ที่ทำให้เนื้อเรื่องมีความสมจริง เช่น
เรื่องหญิงคนชั่ว ของ ก. สุรางคนางค์ เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ของ ยาขอบ
เรื่องสี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องเรือมนุษย์ ของ
กฤษณา อโศกสิน, ถ้ามีขนาดสั้น เรียกว่า นวนิยายขนาดสั้น เช่น
เรื่องดรรชนีนาง.
นิยาย น. เรื่องที่เล่ากันมา.
จากคุณ : greeny pony - [ 7 พ.ค. 51 21:39:48 ]
ความคิดเห็นที่ 2
นิยายคือสมัยก่อนช่วงโรแม๊นซ์จะมีวรรณกรรมไม่กี่แบบหรอกครับ
นอกจากศาสนา ชนชั้นสูง ซึ่งวรรณกรรมที่ฮิตมากจะเป็นพวกแนวรักๆใคร่ๆ
แฮ๊ปปี้เอนดิ้ง เจ้าหญิงเจ้าชาย (เกิดจากการถูกปิดกั้นเลยไประบาย เขียนได้แต่อะไรแบบนี้)
พอมาถึงสมัยหลังๆมีการเปิดความคิดมากขึ้นจึงเกิดวรรณกรรมแบบใหม่ (novelsแปลว่าใหม่)
จะเป็นเรื่องสะท้อนสังคม เรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นล่าง (ซึ่งไม่เคยมีการเขียนถึงมาก่อน)
จากคุณ : Alovera - [ 8 พ.ค. 51 20:30:23 ]
สรุปจาก 2 ความเห็นก็พอจะรู้ได้ว่า
นิยาย เป็นคำเก่า หมายถึงเนื้อหาเรื่องแต่งเรื่องเล่าแบบเก่าๆ
ส่วน นวนิยาย เป็นคำใหม่ โดยที่ตรง นว- ก็หมายถึง new นั่นเอง
สรุปคือ นวนิยาย ก็คงหมายถึงนิยายและเรื่องแต่งในแนวใหม่ๆ
เข้าใจแล้วครับเรื่องที่สงสัยมานาน
ขอบคุณ pantip
ขอบคุณคุณ greeny pony
ขอบคุณคุณ Alovera
และที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด
ขอบคุณคุณ ahahey2000 มากๆ นะครับที่ถามคำถาม
แทนที่จะเก็บความสงสัยไว้เฉยๆ เหมือนผม
วันหลังผมจะไม่ยอมโง่อยู่เงียบๆ อย่างนี้อีกแล้วครับ
posted on 08 May 2008 05:07 by briefs in thrilled
หายไปเลย 7 วันรวด
การเขียนหยุดชะงักตั้งแต่วันแรงงานเป็นต้นมา
อู้ยาวต่อเนื่องจนทะลุสุดสัปดาห์
แล่บไปถึงจันทร์-อังคาร จนวันนี้
2 วันที่ผ่านมา ผมพูดคุยกับมนุษย์ที่ไม่เคยรู้จักไปราว 11 คน
ส่วนหนึ่งคือ candidate ที่มาสมัครงาน Graphic designer และกองบรรณาธิการ
อีกส่วนหนึ่งคือคนทำภาพประกอบ
ส่วนหนึ่งคือนักเขียนการ์ตูน
ส่วนหนึ่งคือนักเขียน
รู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้คิดว่า
จะมีหลายคนในจำนวนหนึ่งทีมฟุตบอลนั้น
ที่จะได้ร่วมงานกันจริงๆ ในอนาคตอันใกล้นี้
อนึ่ง Iron Man และ Speed Racer สนุกกว่าที่คิดเอาไว้แยะทีเดียว
posted on 01 May 2008 04:10 by briefs in pleased
วันนี้ครบรอบทำงานที่อะบุ๊กมาครบหนึ่งปี
เป็นหนึ่งปีที่มีความสุข
เป็นหนึ่งปีที่ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดี
ที่ได้งานดี เจ้านายดี เพื่อนร่วมงานดี อนาคตดี
เป็นหนึ่งปีที่ได้เรียนรู้เยอะ
รู้สึกเหมือนตัวเองได้เติบโตแบบก้าวกระโดด
ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ไปอีกหลายๆ ปี
สุดท้ายนี้
ขอให้ทุกคนอุดหนุนหนังสือจากสำนักพิมพ์เราเยอะๆ นะครับ
(เอ๊ะ ขึ้นซึ้งแต่จบเซลส์ซะยังงั้น)
ไปดูหนังรอบสื่อมวลชน โดนเก็บโทรศัพท์ที่ประตู
หนึ่ง เขากลัวคนเข้าไปถ่ายวิดีโอ
สอง เขาไม่ต้องการให้คนรับโทรศัพท์ขณะดูหนัง
อันนี้เข้าใจ
แต่ไม่ชอบ
โดนพรากจากโทรศัพท์น่ะไม่เท่าไหร่
แต่ขี้เกียจมาแออัดยัดเยียดเอาของคืนตอนจบ
ขณะที่กำลังหงุดหงิด
หันไปเห็นคนที่ไม่ชอบใจเหมือนเรา
แต่เขาไม่เก็บเอาไว้ กลับพูดจาโวยวาย
เหมือนทำท่าจะงี่เง่าวางโต
ได้ยินดังนั้นที่กำลังเดือดปุดๆ ก็สงบลง
ไม่เอา ไม่อยากทำตัวทุเรศแบบนั้น
บางทีคนเรามองไม่เห็นตัวเอง
บางทีคนเราต้องการกระจก
บางครั้งเวลาเรากำลังโกรธๆ แล้วเจอคนที่โกรธกว่า
เราก็จะหยุดโกรธ
หรือบางทีเวลารู้สึกตลก หัวเราะหน้าหงาย
แล้วเจออีกคนที่มันขำกระจาย กลิ้งไปกลิ้งมากว่า
เราก็จะหยุดหัวเราะ
หรือเวลาเรากำลังเศร้า แล้วเจอคนที่เศร้ากว่า ซวยกว่า
เราก็จะรู้สึกว่าเรื่องของเราแม่งเบาๆ นี่หว่า
posted on 29 Apr 2008 04:57 by briefs in determined
นโยบายใหม่ของที่บ้านตอนนี้คือ
'ห้ามกินข้าวเหลือ' ครับ!
ประกาศโดยแม่ผมเอง ซึ่งผมก็เห็นด้วยมากๆ เลยนะ
เมื่อไม่นานมานี้ร้านพี่หนิงอาหารตามสั่งแถวออฟฟิศ a day
ก็ประกาศกร้าวขึ้นราคาข้าวไข่เจียวกะเพราหมู... อาหารจานประจำของผม
(เขาไม่ได้กร้าวหรอกครับ
ออกไปทางประกาศอ่อยๆ จ๋อยๆ ขอความเห็นใจต่างหาก
ด้วยความที่ข้าวสารตอนนี้แพงโคตรพ่อฯ มากๆ)
ผมเป็นคนชอบกินข้าวเหลือ...
...ไม่ได้ 'ชอบ' หรอกครับ 'มักจะ' น่ะ
('ชอบ' ในภาษาไทยบางครั้งไม่ได้แปลว่าชอบซีนะ)
เพราะเป็นคนชอบกินกับมากกว่ากินข้าว
กับหมดปุ๊บ หยุดกินข้าวปั๊บ
อยู่บ้านไม่ค่อยมีปัญหา เพราะว่าตักเองก็จะรู้ว่าจะกินแค่ไหน
แต่เวลาไปกินร้านตามสั่งเนี่ย
พอบอกว่า "ข้าวน้อยๆ นะครับ"
เหล่าแม่ค้ามักกวาดตามองเรือนร่างอันอูมอวบของผมแล้วบอกว่า
"จะอิ่มเหรอลูก" แล้วตะกุยข้าวจากหม้อแถมลงไปอีก 2 ทัพพีเรื่อยไป
ผลคือเหลือทุกครั้ง เสียดาย หมู่นี้ยิ่งเสียดายหนักขึ้น
เพราะข้าวแพงขึ้นหลายเท่า
ตอนนี้จะดำเนินนโยบายแข็งกร้าวกับแม่ค้าแล้ว
อย่าตัดสินปริมาณการกินของคนจากรอบเอวซีครับป้า
ผมมันประเภทหนักกับ
กินทีละน้อย แต่กินบ่อยๆ ต่างหาก
บอกอะ เชื่อกันมั่งเด้
ความรัก ความสัมพันธ์ ต้องมีทั้ง Give และ Take
คือต้องรู้จักเป็นทั้งผู้ให้ และเป็นทั้งผู้รับ
บางคนคิดว่าตัวเองเข้าใจ และเชื่อว่าตัวเองทำมาโดยตลอด
แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย
เขาเป็นคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง
แม้แต่กับคนที่เขาบอกว่ารัก
เมื่อจู่ๆ แฟนเรามีท่าทีเปลี่ยนไป เช่น
เฉยชา ไม่กุ๊กกิ๊กหวานแหววกันเช่นเดิม
คนที่คิดถึงแต่ตัวเองจะคิดว่า เฮ้ย ทำไมมันกลายเป็นยังงี้
มันนอกใจกูหรือเปล่า มันเบื่อกูหรือเปล่า กูทำอะไรผิดหรือเปล่า
แต่ลืมกลับไปมองจากมุมของเขาว่า
เขามีปัญหาอะไรไหม เขามีความทุกข์อะไรอยู่ เขาหนักใจอะไรอยู่
เพราะที่จริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกะมึงไปหมดก็ได้นะ
ผมเองก็เคยเจอแบบนี้ครับ
ในขณะที่ผมกำลังประสบปัญหาทางบ้าน
ทั้งปัญหาการเงิน ปัญหาการงาน
แฟน (เก่า) จะมัวแต่หงุดหงิดใส่ หน้างอใส่
แล้วเอาแต่โยนคำถามตอบยากทั้งหลายมาให้ เช่น
ทำไมผมเปลี่ยนไป ทำไมผมไม่เหมือนเดิม ผมนอกใจหรือเปล่า ฯลฯ
ขอโทษ กูกลุ้มใจจะตายห่าอยู่แล้ว
แทนที่จะมาช่วยให้เราสบายใจขึ้น
กลับนึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง
ผมจำได้ว่าบอกเขาไปว่า
"You know what, not everything is about you!
I still have my own life! My own problem!
So if you're not helping, stay away!"
ผมคิดยังงี้ รักก็ส่วนรัก แต่ความ 'อยู่ด้วยกันได้' ก็อีกเรื่องนึง
ซึ่งอย่างหลังนั้น ต้องการความเข้มแข็ง ความไว้อกไว้ใจ
และความพยายามที่จะเข้าใจในตัวกันและกันเยอะมาก
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคนรักกันที่อยู่ด้วยกันไม่ได้มากมาย
ก็เพราะความที่หวังแต่จะ take จนลืม give นี่เอง
Baby,...
ในวูบใหญ่ๆ วูบหนึ่งของผม
ผมเองก็มัวแต่คิดจะ take จนลืม give เช่นกัน
วันนี้ผมรู้ตัวแล้ว และเห็นแล้วว่าบางทีคนเราก็ช่างมองไม่เห็นตัวเองจริงๆ
ผมขอโทษนะ ที่ผมเอาแต่คิดถึงเรื่องของตัวเองมากเกินไป
จนลืมมองไปว่า คุณก็มีปัญหาส่วนตัวมากมายแค่ไหน
ผมรักคุณ แต่บางครั้งผมก็ลืมเข้าใจคุณ
วันนี้ผมพร้อมจะแข็งแรงเผื่อคุณแล้ว
posted on 27 Apr 2008 05:19 by briefs in upset
นานๆ จะเข้า pantip สักที ไปตอบมาหลายกระทู้
กระทู้นี้อ่านแล้วจี๊ดนิดๆ
เป็นหัวหน้าพิสูจน์อักษรมันดูแย่มากเลยเหรอ
ถามคนมีประสบการณ์ห้องนี้หน่อย
อายุ 28 เป็นหัวหน้าแผนกพิสูจน์อักษร มันดูแย่มากเลยเหรอ
ดูไม่ได้ใช้ความสามารถอะไรเลยใช่มั้ย
ทำไมใครๆ ถึงคิดว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ง่ายๆ ใครก็ทำได้
ตอบแบบไม่อคติใดๆ เลยนะคะ
เพราะตอนนี้กำลังรู้สึกแย่มาก รู้สึกว่ามันไม่โต
โพรไฟล์นี้ถ้าไปทำงานที่อื่นมันดูมีความสามารถมากมั้ย
ขอความคิดเห็นหน่อยค่ะ จิตตกจริงๆ
ที่ a book อ่านพิสูจน์อักษรหนังสือเล่มนึงไม่ต่ำกว่า 6-7 รอบ
ถึงขนาดนั้นยังมีหลุดรอดสายตาไปได้เนืองๆ
งานนี้ยากมากนะครับ ต้องใช้ความรู้ความชำนาญพิเศษ
แถมต้องใจรักตัวหนังสือ
และทนเห็นคำผิดไม่ได้
ใครบอกว่า "งานง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้" เนี่ย
เอาปึกต้นฉบับฟาดหัวมันไปหนักๆ 1 ทีครับ
แล้วเอาปากกาหมึกแดงวงปากมันไว้ด้วย
โทษฐานปากเสีย พูดไม่คิด -*-
แต่ที่สำคัญผมว่า ถ้าคุณรักและภูมิใจในงานของคุณ
อย่าไปถือสาปากของคนไม่รู้อะไรเลยครับ
posted on 26 Apr 2008 03:52 by briefs in determined
หมู่นี้สภาพจิตขึ้นๆ ลงๆ
แบบที่เขาเรียกโรลเลอร์โคสเตอร์ไรด์
เป็นรถไฟเหาะทางอารมณ์
กำลังพยายามหาจุดพอดีให้ชีวิต
ซึ่งยากชิบหายๆๆๆๆๆๆ
แต่ผมกำลังรู้สึกได้ว่า
เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง
และถ้ามันชนะศึกครั้งนี้
เราจะแข็งแกร่งขึ้นมหาศาล