enlightened

ต้น

posted on 04 Apr 2008 11:49 by briefs  in enlightened

ช่วงนี้ทำหนังสือเสร็จแล้ว
ก็หันมายุ่งเรื่อง paper work ต่อ
แล้วก็กำลังขึ้น line-up ของหนังสือใหม่งาน a book Fair
ที่กำหนดแล้วว่าเป็นวันที่ 27-28-29-30 มิถุนายน
ที่ Central World Plaza
4 วันรวด! ช่วงเดียวกับ Midyear Sales เด๊ะ!
งานนี้น่าจะสนุกสนานกันอีกแล้วพี่น้อง
น่าจะมีหนังสือใหม่ๆ เอี่ยมๆ ออกมาให้หาซื้ออ่านกันอีก
ราว 5-6 เล่มเป็นอย่างน้อยนะครับ
เตรียมหยอดกระปุกได้เด็กๆ

ตอนนี้ต้นฉบับมากองสุมอยู่ตรงหน้า
เลือกมาแล้วหลายต้น (ต้นฉบับนี่ลักษณะนามเป็นต้นไหมนะ)
มีต้นฉบับบางต้นหน้าหนังไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ดูเหมือนจะไม่สนุก ดูเหมือนจะไม่ขาย ดูเหมือนจะไม่ดี
แต่วันนี้เรียนรู้แล้วว่า ไม่ได้!
อย่าตัดสินต้นฉบับจากหน้าตามันเด็ดขาด!

เพราะต้นฉบับบางต้นหน้าตาเปิงๆ เยินๆ
แต่พอลองนั่งให้เวลากับมันแล้วอ่านดูดีๆ
เฮ่ย ไม่เลวนี่หว่า
เลยเกิดบรรลุขึ้นมาว่า เออ นี่ไง หน้าที่สำคัญของคนเป็น บก.
เราจะให้ต้นฉบับดีๆ หลุดรอดไปไม่ได้นะ!

ก็เลยตั้งใจว่า
ต่อจากนี้ ต้องหาเวลาอ่านต้นฉบับให้มากกว่านี้ล่ะครับ



Give

posted on 28 Apr 2008 03:13 by briefs  in enlightened

ความรัก ความสัมพันธ์ ต้องมีทั้ง Give และ Take
คือต้องรู้จักเป็นทั้งผู้ให้ และเป็นทั้งผู้รับ
บางคนคิดว่าตัวเองเข้าใจ และเชื่อว่าตัวเองทำมาโดยตลอด
แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย
เขาเป็นคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง
แม้แต่กับคนที่เขาบอกว่ารัก

เมื่อจู่ๆ แฟนเรามีท่าทีเปลี่ยนไป เช่น
เฉยชา ไม่กุ๊กกิ๊กหวานแหววกันเช่นเดิม
คนที่คิดถึงแต่ตัวเองจะคิดว่า เฮ้ย ทำไมมันกลายเป็นยังงี้
มันนอกใจกูหรือเปล่า มันเบื่อกูหรือเปล่า กูทำอะไรผิดหรือเปล่า
แต่ลืมกลับไปมองจากมุมของเขาว่า
เขามีปัญหาอะไรไหม เขามีความทุกข์อะไรอยู่ เขาหนักใจอะไรอยู่
เพราะที่จริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกะมึงไปหมดก็ได้นะ

ผมเองก็เคยเจอแบบนี้ครับ
ในขณะที่ผมกำลังประสบปัญหาทางบ้าน
ทั้งปัญหาการเงิน ปัญหาการงาน
แฟน (เก่า) จะมัวแต่หงุดหงิดใส่ หน้างอใส่
แล้วเอาแต่โยนคำถามตอบยากทั้งหลายมาให้ เช่น
ทำไมผมเปลี่ยนไป ทำไมผมไม่เหมือนเดิม ผมนอกใจหรือเปล่า ฯลฯ
ขอโทษ กูกลุ้มใจจะตายห่าอยู่แล้ว
แทนที่จะมาช่วยให้เราสบายใจขึ้น
กลับนึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง
ผมจำได้ว่าบอกเขาไปว่า
"You know what, not everything is about you!
I still have my own life! My own problem!
So if you're not helping, stay away!"

ผมคิดยังงี้ รักก็ส่วนรัก แต่ความ 'อยู่ด้วยกันได้' ก็อีกเรื่องนึง
ซึ่งอย่างหลังนั้น ต้องการความเข้มแข็ง ความไว้อกไว้ใจ
และความพยายามที่จะเข้าใจในตัวกันและกันเยอะมาก
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคนรักกันที่อยู่ด้วยกันไม่ได้มากมาย
ก็เพราะความที่หวังแต่จะ take จนลืม give นี่เอง

Baby,...
ในวูบใหญ่ๆ วูบหนึ่งของผม
ผมเองก็มัวแต่คิดจะ take จนลืม give เช่นกัน
วันนี้ผมรู้ตัวแล้ว และเห็นแล้วว่าบางทีคนเราก็ช่างมองไม่เห็นตัวเองจริงๆ
ผมขอโทษนะ ที่ผมเอาแต่คิดถึงเรื่องของตัวเองมากเกินไป
จนลืมมองไปว่า คุณก็มีปัญหาส่วนตัวมากมายแค่ไหน

ผมรักคุณ แต่บางครั้งผมก็ลืมเข้าใจคุณ

วันนี้ผมพร้อมจะแข็งแรงเผื่อคุณแล้ว



Reflection

posted on 30 Apr 2008 04:12 by briefs  in enlightened

ไปดูหนังรอบสื่อมวลชน โดนเก็บโทรศัพท์ที่ประตู
หนึ่ง เขากลัวคนเข้าไปถ่ายวิดีโอ
สอง เขาไม่ต้องการให้คนรับโทรศัพท์ขณะดูหนัง
อันนี้เข้าใจ
แต่ไม่ชอบ
โดนพรากจากโทรศัพท์น่ะไม่เท่าไหร่
แต่ขี้เกียจมาแออัดยัดเยียดเอาของคืนตอนจบ

ขณะที่กำลังหงุดหงิด
หันไปเห็นคนที่ไม่ชอบใจเหมือนเรา
แต่เขาไม่เก็บเอาไว้ กลับพูดจาโวยวาย
เหมือนทำท่าจะงี่เง่าวางโต
ได้ยินดังนั้นที่กำลังเดือดปุดๆ ก็สงบลง

ไม่เอา ไม่อยากทำตัวทุเรศแบบนั้น

บางทีคนเรามองไม่เห็นตัวเอง
บางทีคนเราต้องการกระจก





บางครั้งเวลาเรากำลังโกรธๆ แล้วเจอคนที่โกรธกว่า
เราก็จะหยุดโกรธ
หรือบางทีเวลารู้สึกตลก หัวเราะหน้าหงาย
แล้วเจออีกคนที่มันขำกระจาย กลิ้งไปกลิ้งมากว่า
เราก็จะหยุดหัวเราะ
หรือเวลาเรากำลังเศร้า แล้วเจอคนที่เศร้ากว่า ซวยกว่า
เราก็จะรู้สึกว่าเรื่องของเราแม่งเบาๆ นี่หว่า


นว-

posted on 09 May 2008 02:30 by briefs  in enlightened
โต๊ะห้องสมุดใน pantip เป็นทีีที่ผมไปเยี่ยมๆ มองๆ บ่อย
จะได้อะไรดีๆ จากที่นี่ทุกครั้ง
วันนี้เจอกระทู้น่าสนใจ

นวนิยาย กับ นิยาย ต่างกันไงคับ

ได้ยินมาตั้งนานแต่สงสัย....
นวนิยาย กับ นิยาย ต่างกันไงคับ
แล้วเรื่องสั้น ควรจะอยู่หมวดนิยาย หรือนวนิยายคับ
ผู้รู้ ผู้รู้ ช่วยตอบหน่อยนะคับ
ขอบคุณงับ
^^
จากคุณ : ahahey2000 - [ 7 พ.ค. 51 17:05:45 ]


เออ นี่เป็นเรื่องที่ผมเองก็เคยสงสัย
แต่แอบขี้เกียจค้นเลยสรุปกับตัวเองเสร็จสรรพว่า
เออ มันก็คงเหมือนกันละมั้ง
เป็นกระทู้ค่อนข้างใหม่ เลยยังมีแค่ 2 ความเห็น


ความคิดเห็นที่ 1
นวนิยาย น. บันเทิงคดีร้อยแก้วขนาดยาวรูปแบบหนึ่ง มีตัวละคร โครงเรื่อง
เหตุการณ์ในเรื่อง และสถานที่ ที่ทำให้เนื้อเรื่องมีความสมจริง เช่น
เรื่องหญิงคนชั่ว ของ ก. สุรางคนางค์ เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ของ ยาขอบ
เรื่องสี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องเรือมนุษย์ ของ
กฤษณา อโศกสิน, ถ้ามีขนาดสั้น เรียกว่า นวนิยายขนาดสั้น เช่น
เรื่องดรรชนีนาง.

นิยาย น. เรื่องที่เล่ากันมา.

จากคุณ : greeny pony - [ 7 พ.ค. 51 21:39:48 ]


ความคิดเห็นที่ 2
นิยายคือสมัยก่อนช่วงโรแม๊นซ์จะมีวรรณกรรมไม่กี่แบบหรอกครับ
นอกจากศาสนา ชนชั้นสูง ซึ่งวรรณกรรมที่ฮิตมากจะเป็นพวกแนวรักๆใคร่ๆ
แฮ๊ปปี้เอนดิ้ง เจ้าหญิงเจ้าชาย (เกิดจากการถูกปิดกั้นเลยไประบาย เขียนได้แต่อะไรแบบนี้)
พอมาถึงสมัยหลังๆมีการเปิดความคิดมากขึ้นจึงเกิดวรรณกรรมแบบใหม่ (novelsแปลว่าใหม่)
จะเป็นเรื่องสะท้อนสังคม เรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นล่าง (ซึ่งไม่เคยมีการเขียนถึงมาก่อน)

จากคุณ : Alovera - [ 8 พ.ค. 51 20:30:23 ]




สรุปจาก 2 ความเห็นก็พอจะรู้ได้ว่า
นิยาย เป็นคำเก่า หมายถึงเนื้อหาเรื่องแต่งเรื่องเล่าแบบเก่าๆ
ส่วน นวนิยาย เป็นคำใหม่ โดยที่ตรง นว- ก็หมายถึง new นั่นเอง
สรุปคือ นวนิยาย ก็คงหมายถึงนิยายและเรื่องแต่งในแนวใหม่ๆ

เข้าใจแล้วครับเรื่องที่สงสัยมานาน
ขอบคุณ pantip
ขอบคุณคุณ greeny pony
ขอบคุณคุณ Alovera
และที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด
ขอบคุณคุณ ahahey2000 มากๆ นะครับที่ถามคำถาม
แทนที่จะเก็บความสงสัยไว้เฉยๆ เหมือนผม

วันหลังผมจะไม่ยอมโง่อยู่เงียบๆ อย่างนี้อีกแล้วครับ




ยาหม่อง

posted on 22 May 2008 03:15 by briefs  in enlightened

วันนี้ขณะยืน BTS อยู่ มีลุงคนหนึ่งมาโหนใกล้ๆ
ข้างนอกฝนตกหนัก ผู้คนกว่าครึ่งรถเปียกอับชื้น
และคนแน่นชิบหายชิบหายชิบหาย
สักพักลุงทำท่าคลื่นเหียนเวียนหัว
และแล้วแกก็ควักสิ่งสิ่งหนึ่งขึ้นมา
มันคือยาหม่องครับ
และต่อไปนี่คือความซวย...

ผ ม เ ก ลี ย ด ย า ห ม่ อ ง ง ง ง ง ! ! !

รวมไปถึงยาหอม ยาดม ส้มโอมือหรือส้มโอตีนทั้งหลาย
อะไรกลิ่นฉุนๆ ยาๆ ผมเกลียดหมด
มันส่งผมกับผมตรงข้ามกับคนอื่นๆ
นั่นคือคนอื่นดมแล้วหายเป็นลม
แต่กูดมแล้วจะเป็นลม

ตอนนี้นึกโมโหลุงเป็นอย่างยิ่ง
แกควักยาหม่องขึ้นมาทาถูสูดดมอย่างฮาร์ดคอร์มาก
กล่าวคือ
หนึ่ง เปิดฝา แล้วสูดหายใจลึกและยาวประมาณแทบจะสูดแบ็กแพ็กผมไปติดหน้าแกได้
สอง ควักขึ้นมาหนึ่งลิ่ม แล้ววนขมับสองข้างอย่างนาน
สาม ควักขึ้นมาอีกหนึ่งลิ่ม แล้วป้ายใต้จมูก
สี่ สูดอีก สูดดดดดด
ห้า ซ้ำขั้นตอนสองและสามอีกอย่างละ 2 รอบ
ทั้งหมดนี้กินเวลาประมาณ 4 เดือน

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า
การกระทำใดที่ก่อให้เกิดกลิ่นในที่สาธารณะทั้งสิ้นนั้น
เป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ครับ
ไม่ว่ากลิ่นดังกล่าวจะออกมาจากรูปาก รูตูด ซอกหลืบใดๆ ของร่างกาย
หรือแม้แต่เป็นกลิ่นจากตลับยาหม่องก็ตาม
เพราะอะไรที่เราว่าหอมนั้น
คนอื่นเขาอาจว่าเหม็นได้

ขณะที่ผมแสดงสีหน้ายับเหยเกเพื่อเป็นการประท้วงเงียบ
ผมก็เห็นสีหน้าลุงแกที่ค่อยๆ ดีขึ้น

ผมนึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่ตัวเองขึ้นมา
บางครั้งพ่อกับแม่ก็ต้องพึ่งพายาหม่องยามขึ้นรถลงเรือเหมือนกัน

ยาหม่องที่ผมเกลียดกลิ่น
กำลังช่วยให้อีตาคุณลุงนี่รู้สึกดีขึ้น

ผมแค่รำคาญใจ
แต่แกจะไม่เป็นลม
.
.
.

เกลียดยาหม่องเท่าเดิม


เกลียดอีลุงเท่าเดิม


แต่เกลียดตัวเองน้อยลง