upset

Tom

posted on 29 Mar 2008 03:11 by briefs  in upset
ผมเป็นคนขี้หงุดหงิด
แต่ก็อดแก้ตัวไม่ได้ว่า ก็รอบตัวมันมีเรื่องน่าหงุดหงิดเยอะนี่นา
วันก่อนขึ้นรถเมล์ ปอ. 29 ซึ่งเป็นรถเมล์ขาว-น้ำเงินแบบเก่า
เบาะจะไม่กว้างนัก
บนรถมีที่ว่างที่เดียว
คือข้างๆ พี่ทอมขาถ่างอุ้งเชิงกรานกว้างสุดลูกหูลูกตาคนหนึ่ง
ซึ่งนั่งแบะอยู่อย่างนั้นอยางไม่นำพา
แล้วปรากฏว่ากูก็ต้องยัดตัวเองลงไป
ตัวก็อย่างกับหมี (ผมนะ)
ตูดหลุดล้นเบาะออกมาแก้มนึง
อีทอมนั่งเฉย น่ากระทืบมาก
เป็นทอมที่น่ากระทืบที่สุดตั้งแต่พบทอมมาในโลก

Bickboon Briefs:
ที่มาคือ อยากเขียนอะไรเบาๆ น้อยๆ
ไม่ต้องคิดประดิดประดอยมาก คิดแล้วเขียนเลย
เคยจะทำยังงี้มาที่นึงแล้วที่ bickboon daily ที่ Spaces
แต่ไม่ค่อยชอบฟีเจอร์ที่นั่นเท่าไหร่
เลยเปิดอีกอันซะเลยที่ exteen

ที่จริงอยากตั้งว่า brief เฉยๆ ที่แปลว่า สั้นๆ กระชับ
แต่เอ็กซ์ทีนไม่ยอม บอกว่าสั้นไป 1 ตัวอักษร
เลยเติม s โลด ปรากฏกลายเป็น briefs ที่แปลว่ากางเกงในไปซะ
จึงเป็นที่มาของรูปบน header ของบล๊อกนั่นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า

มาดูกันว่า พอพยายามสั้นแล้ว
จะสามารถเขียนได้บ่อยขึ้นจริงรึเปล่า

จองหอง

posted on 03 Apr 2008 01:18 by briefs  in upset

วันนี้เป็นวันที่เจออะไรเหียกๆ ที่เกี่ยวกับเด็กๆ
ตอนเช้ามีเด็กเมื่อวานซืนโทรมา 'ทวงเงินค่าจ้าง' ด้วยคำพูดคำจา
และทัศนคติที่ shitty มากจนนึกสมเพชมากกว่าโกรธ
แต่กระนั้นก็ทำให้ผิดหวังมาก
เพราะเด็กคนนี้ฝีมือไม่ใช่ย่อย
แต่ขอโทษ ถ้า EQ เฮงซวยเช่นนี้
ผมเลิกคบโดยไม่เสียดายเลย
คนที่เก่งกว่านี้ และพูดจาเข้าหูกว่านี้มีเยอะแยะ
อนึ่ง 'หนูเคยได้ภาพละ 5,000'
เฮอะ ตลกครับ อยากหัวเราะ แต่ก็อย่างที่บอก นึกสมเพชซะก่อน
นึกว่าตัวเองเป็นโลเลหรือแป้งภัทรีดาเชียวเหรอครับ
และขอโทษอีกครั้ง
โลเลกับแป้งโคตรน่ารักเลย นิสัยโคตรดี
ฝีมือสุดยอด แต่โคตรถ่อมตัว
ไม่จองหองกร้าวกร่างเหมือนเอ็ง นังหนู
แล้วกูจะเลี้ยงมึงไว้ทำไม?

เด็กเหียกคนที่สอง มากับนักเขียนรุ่นเยาว์ของผมคนหนึ่ง
มันยืนต่อหน้าผม แต่พูดผ่านเพื่อนมันตลอด
เฮ้ย พี่เขายังโง้นหรือเปล่า
เฮ้ย มึงถามหน่อยว่ายังงี้หรือเปล่า

จนผมทนไม่ไหว ต้องบอกว่า
นี่ น้อง พูดกับพี่โดยตรงก็ได้นะ
พี่พูดภาษาไทยได้ ไม่ต้องให้คนอื่นแปล

รู้ว่าอาจจะประหม่า เกรงใจ หรืออะไรซักอย่าง
แต่มันไม่รู้หรือไงว่าทำยังงี้เสียมารยาท

เด็กสมัยนี้นี่แม่ง......


No-show

posted on 22 Apr 2008 02:00 by briefs  in upset


พนักงานใหม่คนหนึ่งที่ควรจะมาเริ่มงานตั้งแต่วันศุกร์
หายจ้อย ไม่มีสัญญาณชีวิตใดๆ
ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการส่งข่าว
สองทุ่มตรงของวันจันทร์ ส่งข้อความมาบอกว่า
ขอโทษที่ไม่มาตามนัด
เนื่องจากได้งานใหม่แล้ว
ต้องขอโทษจริงๆ



คืออุตส่าห์เป็นห่วง
นึกว่าไปเล่นสงกรานต์แล้วเจ็บ หรือตาย
ปรากฏว่าแค่ขี้ขลาดเฉยๆ
เสียดายความรู้สึกห่วงใยของตัวเอง
และเสียดายเวลา แทนที่จะได้รีบเริ่มงาน
ต้องมานั่งเปลี่ยนแผนใหม่หมด
เพราะคนไม่มีหัวคิดและไม่มีสำนึกคนเดียว

เสียเส้นมากๆ


Proofreader

posted on 27 Apr 2008 05:19 by briefs  in upset

นานๆ จะเข้า pantip สักที ไปตอบมาหลายกระทู้
กระทู้นี้อ่านแล้วจี๊ดนิดๆ

เป็นหัวหน้าพิสูจน์อักษรมันดูแย่มากเลยเหรอ

ถามคนมีประสบการณ์ห้องนี้หน่อย
อายุ 28 เป็นหัวหน้าแผนกพิสูจน์อักษร มันดูแย่มากเลยเหรอ
ดูไม่ได้ใช้ความสามารถอะไรเลยใช่มั้ย
ทำไมใครๆ ถึงคิดว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ง่ายๆ ใครก็ทำได้
ตอบแบบไม่อคติใดๆ เลยนะคะ
เพราะตอนนี้กำลังรู้สึกแย่มาก รู้สึกว่ามันไม่โต
โพรไฟล์นี้ถ้าไปทำงานที่อื่นมันดูมีความสามารถมากมั้ย
ขอความคิดเห็นหน่อยค่ะ จิตตกจริงๆ

ที่ a book อ่านพิสูจน์อักษรหนังสือเล่มนึงไม่ต่ำกว่า 6-7 รอบ
ถึงขนาดนั้นยังมีหลุดรอดสายตาไปได้เนืองๆ
งานนี้ยากมากนะครับ ต้องใช้ความรู้ความชำนาญพิเศษ
แถมต้องใจรักตัวหนังสือ
และทนเห็นคำผิดไม่ได้
ใครบอกว่า "งานง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้" เนี่ย
เอาปึกต้นฉบับฟาดหัวมันไปหนักๆ 1 ทีครับ
แล้วเอาปากกาหมึกแดงวงปากมันไว้ด้วย
โทษฐานปากเสีย พูดไม่คิด -*-

แต่ที่สำคัญผมว่า ถ้าคุณรักและภูมิใจในงานของคุณ
อย่าไปถือสาปากของคนไม่รู้อะไรเลยครับ

ด่วน

posted on 23 Jun 2008 03:45 by briefs  in frustrated, impressed, upset

มีงานชิ้นหนึ่งที่ต้องทำด่วน
ซึ่งเราต้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานอื่น
ก็เห็นใจนะ เพราะคนที่เราต้องไปรบกวนไม่ได้รู้เรื่องแต่แรก
ก็ืัทั้งเกรงใจและรู้สึกแหละ
แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยเราได้
เราก็พูดจาดีๆ อ้อนวอน ขอความเห็นใจ
แต่น้ำเสียงเธอจะแบบ หงุดหงิดรำคาญ
ประมาณว่า ทำไมเพิ่งมาขอเอาตอนนี้ล่ะคะเนี่ย
(และเราก็ต้องการวันนี้ครับ!)

เรื่องของเรื่องคือ อีคนรับเรื่องนี่พอรับไปก็เอาไปไว้ไหนไม่รู้
แล้วตัวไปต่างประเทศครับ เห็ดสดมาก
แล้วในขณะที่ทั้งหมดต้องปิดจ๊อบคืนวันศุกร์
ช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากทำงานกัน
เออ กูรู้ว่ากูมารบกวน แต่มึงนึกว่ากูอยากอยู่ยังงี้ในคืนวันศุกร์เหรอ?
ไม่มีใครอยากหรอก แต่มันเป็นงาน มันเป็นหน้าที่ไง เข้าใจไหม
คำนึงที่เธอพูดมาแล้วผมฉุนกึ้กมากคือ

"นี่มัน 5 โมงเย็นแล้วนะคะ เดี๋ยวจะออกจากออฟฟิศแล้วค่ะ"

คือผมเข้าใจนะว่าสำหรับคนบางคน เวลาออกงานนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก
และเขาอาจจะมีนัดหลังจากงานก็ได้
แต่งานที่ว่ามันก็เป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย
คุณกลับไม่เห็นความสำคัญและความด่วนของมันเลย
ผมฉุนเพราะในขณะที่เรากำลังแคร์มากว่างานจะเสร็จไหม
เหตุผลของเธอคือ นาฬิกาบอกว่า
นี่ไม่ใช่เวลาที่กูจะต้องมาช่วยมึงแก้ปัญหาแล้ว

อนึ่ง อีเห็ดนี่อยู่ฝ่ายการตลาด

สิ่งที่ผมต้องการจากอีนี่ (เริ่มเปลี่ยนสรรพนาม)
คือไฟล์งานบางอย่างที่เธอบอกว่า
"อุ๊ยไม่ได้ค่ะ ปกติเราต้องให้ outsourse เป็นคนทำ layout
คุณต้องส่งมาให้เราดูก่อน แล้วเราถึงจะส่งต่อ บลา บลา บลา..."
อีห่า! ก็กูบอกอยู่เนี่ยว่ากูต้องปิดคืนนี้ ยังจะมาสะแอ๋งขั้นตอนเยอะอีก
ผมเลยบอกว่า เอางี้ ผมรู้จักกับ PR บริษัทคุณ
ขออนุญาตผมติดต่อเองได้ไหม? เขาอาจจะช่วยได้
แน่นอนว่าอีนี่ลิงโลดขึ้นมาทันทีเนื่องจากสามารถผลักภาระออกจากมือได้แล้ว

ขอตัดฉากมาที่แผนกประชาสัมพันธ์

5 โมงครึ่ง โทรไปยังนั่งโต๊ะกันอยู่เลยครับ
ทั้งสองคุยดีมาก และให้ความช่วยเหลือสุดตัว
ทั้งที่ไม่ได้มีของอยู่ตรงหน้าตัก
เขาและเธอทั้งสองกุลีกุจอช่วยหาของที่ผมต้องการ
ทั้งที่ตรงนี้ไม่ใช่งานโดยตรงของเขาเลย
เพียงแต่เขาพอจะช่วยได้เท่านั้น

หลังจากส่ง email ไฟล์งานมาให้ผมครึ่งชั่วโมง
ผมยังไม่ได้
ผมโทรกลับไปเข้ามือถือของน้อง PR อีกครั้ง
บอกว่า ยังไม่ได้อีเมลเลย ทำไงดี
เธอออกมาจากออฟฟิศแล้วครับ แต่ยังไม่ไกล
ปรากฏเธอเดินกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง
เพื่อส่งงานให้ผมใหม่
โดยคราวนี้ แยกส่ง email ละ 1 ไฟล์ให้
แล้วก็บอกว่า "หนูมีข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย
ไม่รู้จะเป็นประโยชน์ไหม แต่พี่ลองเอาไปเปิดดูนะคะ
ถ้าพี่อยากใช้ก็ไช้ได้เลยค่ะ"

ผมไม่คิดว่า การช่วยกันดูแลผลประโยชน์ของบริษัท
หรือช่วยกันสร้างภาพที่ดีให้บริษัท
จะเป็นหน้าที่เฉพาะของฝ่ายประชาสัมพันธ์เท่านั้นนะ
แต่ผมว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนครับ
ดัีงนั้น ผมไม่คิดว่า
"PR ก็แค่ทำหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว"
และ
"มันไม่ใช่หน้าที่ของการตลาดเขาซักหน่อย" เลยนะ

มันอยู่ที่นิสัยคนจริงๆ